3 ส.

posted on 14 Sep 2008 13:34 by democracy51

หลังจากที่ศาลตัดสินให้นายสมัคร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
ก็เลยต้องมีการสรรหานายกรัฐมาตรีกันใหม่ ซึ่งผู้ที่คาดว่าจะได้รับ
ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น มีอยู่ 3 คนด้วยกันครับ ที่สื่อเรียกว่า 3 ส.นั่นเอง
วันนี้เรามาทำความรู้จัก ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 26 กันดีกว่าครับ

เริ่มที่ ส.ที่ 1 ครับ นายสมชาย วงสวัสดิ์

สมชายรักษาการนายกฯ "สมชาย" จบรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต
หลักสูตรการจัดการภาครัฐและภาคเอกชน มหาบัณฑิต
สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และเนติบัณฑิตไทย (นบท.)
สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา
โดยเลือกรับราชการในสายตุลาการมาตลอด จนภรรยา
ซึ่งก็คือ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย
และสมาชิกบ้านเลขที่ 111 ซึ่งเป็นน้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ
ถูกดองทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี "สมชาย" จึงโดดเข้าสู่ปลักโคลนการเมืองในตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ก่อนที่จะรับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หากดูคุณสมบัติของ "สมชาย" ถือว่ามีต้นทุนสูงกว่าใครในเรื่องความนิ่มนวล ประนีประนอม สมานฉันท์กับกลุ่มต่างๆ รวมถึงฝากตุลาการด้วย นอก จากนี้แม้ "สมชาย" จะมีสถานะเป็น "น้องเขย" พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ยังใช้ "แบรนด์ทักษิณ" ขายได้ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป แต่ในทางกลับกัน "สมชาย"ไม่สามารถสลัดภาพของความเป็น "นอมินี" ประเด็นนี้จึงถือเป็นจุดอ่อนที่สุดที่จะขวางการขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

 

ส.ที่ 2 สมพงษ์ อมรวิวัฒน์


sompong

 มว.  ยุติธรรม "สมพงษ์" จบปริญญาตรีทางด้านบริหารธุรกิจ
Curry College, Milton, Massachusetts,USA และปริญญาโท
จากคณะรัฐศาสตร์ สาขาการเมืองและการปกครอง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
เป็นอดีตรัฐมนตรีมาหลายกระทรวง อาทิ รมช.คมนาคม
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รมว.แรงงาน และ รมว. ยุติธรรม
นอกจากนี้คุณสมบัติที่โดดเด่นที่สุดของสมพงษ์ คือ เป็นคนกว้างขวาง
ใจนักเลง และเป็นที่ยอมรับของ ส.ส.ทุกพรรคการเมือง ในฐานะอดีตหัวหน้ากลุ่ม 16 ที่นำพาสมาชิกอย่าง เนวิน ชิดชอบ สุชาติ ตันเจริญ และ       สรอรรถ กลิ่นปทุม ต่อกรทางการเมืองกับพรรคประชาธิปัตย์ได้อย่างโชกโชน ถือได้ว่า "สมพงษ์" มีเงื่อนไขที่จะถูก "ยี้" ได้น้อยที่สุดในบรรดา 4 ส. และหาก "สมพงษ์" จับพลัดจับผลู ได้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีคนที่ 26 ของไทย ปัญหาการประสานงานกับพรรคร่วมรัฐบาล รวมถึงพรรคฝ่ายค้านคงจะหมดไป

 

และส .สุดท้าย นายแพทย์ สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี

surapongองนายกฯ     และ รมว.คลัง "สุรพงษ์" จบแพทยศาสตรบัณฑิต
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
หนึ่งในคนเดือนตุลาฯ ภายใต้สีหน้าเรียบเฉย "สุรพงษ์" ถือเป็น
"มันสมอง" และ "ขุนพล" คนสำคัญของพรรคพลังประชาชนใน
การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ต่างๆ ด้วยคุณสมบัติของการประนีประนอม
ความสามารถในการประสานสิบทิศ และการยอมรับความรู้ความสามารถจากพรรคร่วมรัฐบาล ส่งผลให้ชื่อชั้นของ "สุรพงษ์" โดดเด่นในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

หากไม่มีคดี "หวยบนดิน" เป็นชนักปักหลังอยู่ ดังนั้น มีความเป็นไปได้ที่ "สุรพงษ์"
จะได้รับการโหวตให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปมีน้อยมาก

 

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับหน้าตาว่าที่นายกรัฐมนตรีคนต่อไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น
ประเด็นสำคัญถูกจับจ้องไปที่แกนนำฝ่ายพันธมิตร ที่ออกมาบอกว่า

จะไม่ยอมรับใครทั้งนั้นในสามสอ  คงต้องดูกันต่อไป

 

 

 

เครดิตภาพ จาก Bkkbiz.com
                        ppponline
                        maticononline

บทความโดย สุกฤษฏิ์  เต๊ะเปีย
                    5131202083

ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดคุณสมบัติ สมัคร จัดรายการ ชิมไปบ่นไป- ยกโขยง 6 โมงเช้า ขัดรัฐธรรมนูญ หลุดเก้าอี้หลุดนายกฯ ด้วยมติเอกฉันท์ 9-0

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 9 กันยายน นายชัช ชลวร ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยคำร้องของนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.และคณะรวม 29 คนและคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรีของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ในการรับจัดรายการ "ชิมไป บ่นไป" และรายการ "ยกโขยง 6 โมงเช้า" เป็นนัดสุดท้าย

หลังจากได้นัดไต่สวนนายสมัคร และนายศักดิ์ชัย แก้ววรรณีสกุล กรรมการบริหารบริษัท เฟซ มีเดีย ผู้ผลิตรายการชิมไปบ่นไป และยกโขยง 6 โมงเช้า เป็นนัดสุดท้ายเมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา

คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยว่า การจัดรายการ "ชิมไป บ่นไป" และรายการ "ยกโขยง 6 โมงเช้า" ของนายสมัครนั้น มุ่งประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม ถือได้ว่าขัดรัฐธรรนูญ ส่งผลให้ขาดคุณสมบัติการเป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยมติเอกฉันท์ 9-0

เรื่องจะจบจริงหรอ!

กฤติยา กันทะวงค์

5131202004

 

 

คุณคิดอย่างไรครับ

posted on 07 Sep 2008 17:49 by democracy51
 สวัสดีครับผมเอามาจากหนังสือพิมพ์และจากการดูทีวีและอื่นครับๆๆๆ ผมเป็นคนหนึ่งที่เลือกอยู่ตรงกลาง

 

คำอธิบาย

กลุ่มผู้ชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.)

แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือเดิม แนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) เป็นการรวมตัวกันขององค์กรต้านรัฐประหารหลายองค์กร อาทิ

·         กลุ่มพีทีวี ·         แนวร่วมประชาชนต้านรัฐประหาร (นปตร.) ·         นางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ อดีตส.ว.กรุงเทพฯ ·         นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ผู้ประสานงานพันธมิตรสหภาพแรงงานประชาธิปไตย ·         รวมถึงมีนักวิชาการ อาทิ รศ.ดร.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มธ., ดร.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ อาจารย์คณะศิลปศาสตร์ มธ. เข้าร่วมการประชุม ทั้งนี้ ทางกลุ่มมีความพยายามที่จะใช้แนวทางสันติวิธี แสวงจุดร่วมสงวนจุดต่าง โดยแต่ละองค์กรที่มาเข้าร่วมนั้นมีจุดยืนและเป้าหมายที่แตกต่างกัน บางส่วนต่อต้านรัฐประหารและต้องการทวงคืนประชาธิปไตย บางส่วนเรียกร้องให้พตท.ทักษิณกลับมาเป็นนายกฯและทวงคืนอำนาจรัฐ น้ำหนักที่ประเมินต่อพตท.ทักษิณ อาจจะแตกต่างกัน แต่จุดร่วมเดียวกันคือต้องการเรียกร้องประชาธิปไตย และสิทธิเสรีภาพของประชาชนกลับคืนมาแกนนำในกลุ่มนี้ถูกแจ้งความ และจำคุกใน กรณีที่ไปชุมนุมแสดงความไม่เห็นด้วยในการแทรกแซงการเมืองของ ประธานองค์มนตรี โดยมีหลักฐานที่อ้างอิง คือ รูปที่ได้ เผยแพร่ออกมาเมื่อวันที่ 19 กันยา พศ. 2549 ทำให้ ทางกลุ่มเชื่อกันว่า มีประฐานองค์มนตรีอยู่เบื้องหลังการปฏิวัติรัฐประหาร นำไปสู่การชุมนุมที่หน้าบ้านสี่เสา

ในวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2550 หลังการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 นปก. ได้เปลี่ยนชื่อกลุ่มเป็น แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)

 

 อย่างไรก็ตาม เริ่มเกิดประเด็นขัดแย้งเกี่ยวกับแนวคิดเบื้องหลังและแนวทางการเคลื่อนไหวของกลุ่ม ว่าเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อการสนับสนุนพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร หรือเพื่อการส่งเสริมประชาธิปไตย หรือการต่อต้านรัฐประหาร โดยเฉพาะในประเด็นการต่อต้านระบอบการปกครองปัจจุบัน และการต่อต้านสถาบันกษัตริย์ โดยเฉพาะเมื่อแกนนำบางคนเช่นนายจักรภพ เพ็ญแข และนางดารณี ชาญเชิงศลิปกุล หรือ ดา ตอร์ปิโด" ต้องข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการดุหมิ่นสถาบันกษัตริย์และเป็นปรปักษ์ต่อระบอบการปกครองของประเทศ จนทั้งสองถูกจับกุม แนวทางการเคลื่อไหนวและแนวคิดของกลุ่มจึงยังเป็นที่ถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง    

กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.)

  

เป้าหมายคืออะไร ผมคิดว่า  การต่อต้านระบอบพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร เรียกร้องประชาธิปไตย

อื่นอีกมังครับเพราะไม่รู้ว่าต้องการอะไรบ้าง  สุดท้ายน่าจะการเมืองใหม่ นักการเมืองใหม่ๆอะครับ

 

กลุ่มผู้ชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.)บุกปะทะ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.)

 
 

ด้านรัฐบาลโดยนายกสมัคร แถลงว่า

 

 

 

ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ว่า ผมได้สัญญาไว้แล้วว่าจะอดทนรอเรื่องนี้ เหตุที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ก็ช้ำใจพอแล้ว แต่ยังเกิดเหตุปะทะเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา เป็นเหตุที่ตนไม่คาดคิดไว้ เมื่อได้รับรายงานก็ออกมา ก็ยังไม่ทันได้นอน ขอยืนยันว่าเรื่องนี้จะมีการสอบสวนอย่างถี่ถ้วน

"
ผมเลือกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯ ซึ่งเป็นวิธีการเบาที่สุด และเป็นการทำตามกฎหมาย โดยให้ตำรวจและทหารสามารถแก้ไขปัญหาได้ เราทำเพื่อแก้ไขปัญหาเพื่อบ้านเมือง ใครจะมีปัญหาอย่างไรผมไม่สน ผมได้แต่วิงวอนว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของบ้านเมือง อย่าเอาเรื่องความชิงชังในตัวผมมาเกี่ยว ผมจะเก็บความขมขื่นไว้ในใจของผม" นายสมัคร กล่าว

 

 

ทางเลือกสำหรับ สมัคร แล้ว ชั่วโมงนี้ดูจะมีทางออกไม่มากนัก

ทางออกที่ 1 ไม่ตัดสินใจ

สมัครยืนยันว่ามีความชอบธรรมจากการเลือกตั้ง และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด จัดการกับ พันธมิตร แบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน อาจจะมีการนองเลือด เพราะ พันธมิตร ยกระดับการเคลื่อนไหวต่อต้านกว้างขวาง นัดหยุดงานทั่วประเทศ

ถ้าเลือกทางนี้ หายนะ อยู่แค่เอื้อม!

ทางออกที่ 2 ปฏิวัติรัฐประหาร

ยึดอำนาจจากรัฐบาล หนทางนี้ สมัคร อยากให้เกิดเพราะกลัวเสียหน้า ไม่อยากให้ประวัติศาสตร์จารึกว่าถูกถีบลงจากตำแหน่งจากการถูกประชาชนขับไล่

แต่ในทางปฏิบัติริบหรี่เต็มทน เพราะทหารยุค พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ไม่กล้าเสี่ยง ตกเป็นจำเลยสังคม

ทางออกที่ 3 ลาออก

จะส่งผลให้ ครม.ทั้งคณะจะต้องหลุดออกจากตำแหน่งทั้งหมดตามไปด้วย รัฐธรรมนูญกำหนดให้สภาผู้แทนราษฎรทำหน้าที่สรรหาบุคคลในสภามาเป็นนายกรัฐมนตรีแทน โดยอาจจะเป็นคนจากขั้วรัฐบาลเดิม หรือขั้วฝ่ายค้านก็ได้

ถ้าเป็นคนจากขั้วเดิมอาจจะเป็น นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี หรือ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ การชุมนุมขับไล่ก็จะดำรงอยู่ต่อไป จนกว่าจะได้ตัวนายกฯ ที่ไร้กลิ่นคราบไคล ทักษิณ ชินวัตร

หรือหากหวังจะใช้ย  บรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย เป็นนายกฯ ขัดตาทัพ ก็ใช่ว่าพันธมิตรจะยอมรับ

แต่หากสลับขั้ว ต้องติดตามว่าพรรคร่วมปัจจุบันจะหันมาหนุนสักกี่มากน้อย เพียงพอที่จะสร้างเสถียรภาพได้หรือไม่

นอกจากนั้นต้องวัดใจ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าจะกล้านั่งเก้าอี้นายกฯ ท่ามกลางสถานการณ์ร้อนๆ ตัวนี้หรือไม่ย  เพราะเชื่อแน่ว่าวันแรกที่อภิสิทธิ์ได้นั่งนายกฯ จะมีม็อบมาไล่ทันที

  ทางออกที่ 4 ยุบสภา-เลือกตั้งใหม่

แล้วเลือกตั้งใหม่ โดยรอให้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2552 ผ่าน เพื่อจะมีเงินจับจ่ายใช้สอยในระหว่างเลือกตั้ง และย  สมัคร นั่งเป็นนายกรัฐมนตรีรักษาการ

จริงๆ แล้วแนวทางนี้ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล ไม่ต้องการให้เกิดเพราะการเลือกตั้งใหม่หมายถึงก้อนโตที่ต้องหว่านลงในพื้นที่เพื่อแลกกับคะแนนเสียง

อีกอย่างหากเลือกแนวทางนี้ ก็ควรจะทบทวนบทเรียนประวัติศาสตร์ สมัยที่ ทักษิณ ชินวัตร เคยถูกโจมตีอย่างหนักหน่วงรอบด้าน ก็แก้ปัญหาด้วยการยุบสภาทั้งที่สภาไม่มีความผิด เป็นความบกพร่องของฝ่ายบริหารล้วนๆ

ทักษิณ หวังว่าถนนทุกสายจะมุ่งหน้าสู่การเลือกตั้ง แต่ปรากฏว่าเหตุการณ์ไม่เป็นเช่นนั้น กระแสสวิงกลับ ถูกกล่าวหาว่ายุบสภาหนีปัญหา ไม่มีความชอบธรรม

ขณะที่ พันธมิตร ก็ยังชุมนุมขับไล่ต่อไป แม้ ทักษิณ จะเป็นนายกฯ รักษาการก็ตาม

จากนั้นเกิดภาวะปั่นป่วนทางการเมืองอย่างหนัก ฝ่ายค้านประกาศคว่ำบาตรไม่ร่วมสังฆกรรมในการเลือกตั้ง

ทักษิณ กล่อมพรรคเล็กให้มาลงแข่งด้วย

กระแสโนโหวตกว้างขวางอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

สุดท้ายการเลือกตั้งเป็นโมฆะ ขณะที่ความขัดแย้งยิ่งขยายวงกว้างออกไป เป็นเหตุผลหนึ่งผลักให้ทหารออกมาทำการรัฐประหาร

ทางออกที่ 5 ยุบสภา-สมัครลาออก

แนวทางนี้อาจจะตรงใจกับพันธมิตรที่สุด เพราะมันนำไปสู่ทางตันทางการเมือง หากตีความว่าเมื่อนายกฯ ออก ครม.ต้องออกด้วยทั้งคณะ ก็เท่ากับว่าเข้าสู่ สุญญากาศ ทันที ไม่สามารถหานายกฯ ขึ้นมาบริหารประเทศได้ เพราะรัฐธรรมนูญบังคับว่านายกฯ ต้องมาจาก ส.ส.เท่านั้น

เมื่อไม่มีมาตราใดในรัฐธรรมนูญบังคับใช้ได้ก็ต้องอาศัยมาตรา 7 ที่ระบุว่า ในเมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้วินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นการผ่าทางตันออกไป

ถึงจุดนั้น วุฒิสภา ซึ่งเป็นสภาเดียวที่ใช้อำนาจของปวงชนชาวไทย และมีความชอบธรรมเพราะมาจากรัฐธรรมนูญ จะเป็นองค์กรเดียวที่จะวินิจฉัยใช้อำนาจตามมาตรานี้ โดยอาจจะเสนอทูลเกล้าฯ นายกรัฐมนตรี ที่เป็นคนนอกมาบริหารประเทศ

ขณะนี้สถานการณ์การเมืองและชะตากรรมของ สมัคร ถูก พันธมิตร ลากพาให้มาอยู่บนทางแยกที่ สมัครย  ต้องเลือกเดิน

ถ้าเลือกผิดพลาดแม้แต่ก้าวเดียวบ้านเมืองหายนะทันที !!!

 

 

 

โดย เสถียรย  วิริยะพรรณพงศา

ด้านทหารโดยอนุพงษ์ แถลง

ใช้แนวทาง เจรจา ยุติปัญหาย้ำไม่ใช้กำลัง สร้างความเข้าใจคนในชาติเข้าใจปัญหาความขัดแย้งที่นำไปสู่การปะทะกันโดยไม่ใช้กำลัง ให้ ประชาชนรู้ว่ามีแนวทางแก้ปัญหา โดยใช้แนวทางเจรจาพูดคุยและทางอื่นที่ทำได้ ภายใต้สังคมไทยด้วยกัน

 

 

จากปัญหานี้

          เราควรทำอย่างอยูนิ่งๆหรือแสดงพลัง มันใช่ประชาธิปไตยที่เราเรียนมาหรอ ทุกคนมีสิทธิ เรียกร้องใช่ครับ แต่   ผมว่าที่อาจารย์สอน มันไม่ใช่อย่างนี้สิมันต้องอยู่ในกฎหมาย หรือมันเป็นขัดขืนทางประธิปไตย เราควรหาใครรับผิดชอบหรอ โดยนายสมัครหรือลาออกอย่างนั้นมันจะทำให้เหตุการนี้สงบได้จิงหรอครับ

เพราะด้านกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จะยังไม่หยุด แล้วอย่างไรถึงจะหยุด การเมืองใหม่เพราะรัฐบาลนี้อาจจะได้เข้ามาอีก ผมคิดว่าการเมืองการเมืองใหม่หรอคงเป็นไปได้อยากเพราะถ้าพ่อไม่ได้เป็นก็เอาคนให้ครอบครัวมาลงอีกแล้วเราจะทำอย่าง    ด้านกลุ่มผู้ชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ  ในการปะทะไม่ได้คาดคิดว่าจะเกิดผลอย่างนี้ ที่ไปไม่ได้เพื่อทะเลาวิวาศ   แค่มาเพื่อกดดันกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กดดันให้ออกจากทำเนียบและให้ทำตามกฎหมาย  ปัจจุบันมีกลุ่มสถาบันการศึกษาและนักเรียนนักศึกษาเอามาเรียกร้องในนายกลาออก  แต่นายสัมครบอกว่าจะไม่ลาออกอะครับ มันจะเกิดการปะทะกันอีกหรือเปล่า หรือจะเป็นการนองเลือดกันอีกครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ชาติไทย

แล้วจะทำอย่างไรดีอะครับ

 

โทษทีนะครับถ้าอ่านแล้วงงทำหลายวันอะครับ

 by Mr. Jessada thong ngarm ID 5131202063 

 

       นายวสันต์ วานิช แกนนำเครือข่ายเยาวชนฯ เปิดเผยว่า การชุมนุมของเยาวชนวันนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 80 สถานศึกษาทั่วประเทศ แต่ที่มาถึงแล้วลงทะเบียนไว้มีจำนวนไม่ต่ำกว่า 50 สถานศึกษา โดยคาดว่าส่วนที่เหลือจะทยอยเข้าร่วมชุมนุมในช่วงกลางคืนในส่วนของรายชื่อจะลงทะเบียนเฉพาะแกนนำของสถานศึกษาเท่านั้นเพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่า กลุ่มเยาวชนมีพลังมากพอที่จะหยุดเรียนเพื่อกดดันรัฐบาล โดยกำหนดการจะใช้ยุทธการณ์ดาวกระจายเคลื่อนขบวนไปยังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และอีกจุดหนึ่งกำลังดูความปลอดภัย หากปลอดภัยจะจัดกำลังอีกชุดหนึ่งให้เคลื่อนไปยังหน้า บช.น. โดย 2 จุดเมื่อเคลื่อนขบวนไปถึงจะจุดเทียนและอ่านแถลงการณ์หยุดเรียนทั่วประเทศวันที่ 9-11 ก.ย.นี้ การนัดหยุดเรียนนี้ เป็นเพียงมาตรการเริ่มต้นเท่านั้น เพื่อดูท่าทีรัฐบาล หากยังไม่ยอมลาออกจะหยุดเรียนต่อไปอย่างต่อเนื่อง โดยจะสลับกันหยุดเรียนทั่วประเทศ อย่างน้อยแห่งละ1 คณะวิชา ไปจนกว่ารัฐบาลจะลาออก และกำลังอยู่ระหว่างปรึกษาว่า การนัดหยุดเรียนจะให้อิสระแต่ละสถาบันหรือรวมกันหมด พร้อมระบุว่าการนัดหยุดเรียนครั้งนี้มีผลกระทบต่อการเรียนอย่างมาก เนื่องจากอยู่ระหว่างการสอบปลายภาค ที่จะเริ่มขึ้นในสัปดาห์หน้า นายวสันต์ กล่าวว่า ที่ออกมาแสดงพลังครั้งนี้เพื่อแสดงให้นักเรียน นักศึกษารู้ว่า การทำหน้าที่ของเยาวชนไทยที่ดี ไม่ใช่เอาแต่เรียนเท่านั้น ต้องออกมาต่อสู้กับสิ่งที่จะกระทบต่อสังคมส่วนรวมด้วย เพราะหากจบออกมาแล้ว แต่ขาดอุดมการณ์ จะเป็นสังคมของคนที่ไร้สติ


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
จัดทำโดย
นางสาวเกศินี  ทรายหมอ  5131202061
นายผดุงเกียรติ  เทียนไธสง  5131202028
นายณัฐพร  ขันทธรรม  5131202019
นายณทัต ปรีชม  5131202017
นางสาว ดวงพร หนูหมื่น  5131202021
นายสุกฤษฏิ์ เต๊ะเปีย  5131202083
Jessada  Thongngarm  5131202063

edit @ 7 Sep 2008 17:50:03 by Democracy51

 

นักวิชาการ นิสิต นักศึกษา และคณะแพทย์ทั้งจากจุฬา-มศว ต่างออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงทั้งฝ่ายรัฐ และฝ่ายภาคประชาชน อย่างไรก็ตาม มีแรงผลักดันให้นายกฯ แสดงสปิริต ลาออก หรือ ยุบสภา

จากบรรยากาศทางการเมืองในขณะนี้ ทำให้หลายฝ่ายทั้งนักวิชาการ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ต่างแสดงความเป็นห่วงถึงสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ โดยเฉพาะหลังจากที่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จึงได้ออกมาแสดงความคิดเห็นและจุดยืนในรูปแถลงการณ์มากมาย โดยในวันที่ 3 กันยายน มีดังนี้
 
แถลงการณ์ ฉบับที่ 1 โดยกลุ่มคณาจารย์และบุคลากร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  วันที่ 3 กันยายน 2551 ความว่า ...
 
ด้วยขณะนี้บรรยากาศของความขัดแย้งและความรุนแรงทางการเมืองได้ขยายตัวออกมากยิ่งขึ้น จนกระทั่งเหตุการณ์เร็วๆ นี้ ทำให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิต ทรัพย์สิน ชื่อเสียงของประเทศรวมถึงบรรยากาศของความสมานฉันท์ของคนในชาติ ทางกลุ่มคณาจารย์และบุคลากร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยากลัยศรีนครินทรวิโรฒจึงขอแสดงเจตนารมณ์ ดังนี้
 
1.ขอประณามการก่อความรุนแรงจนนำไปสู่การเสียชีวิตและบาดเจ็บในคือนวันที่ 1-2 กันยายนที่ผ่านมา และความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
2.ขอ ให้รัฐบาลยกเลิกการประกาศ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินเนื่องจากการประกาศที่ไม่สมเหตุสมผลและ ยังสร้างความตึงเครียดให้มากขึ้นเสมือนการยั่วยุให้เกิดการชุมนุมเรียกร้อง อันอาจนำมาซึ่งเหตุการณ์ที่รุนแรงมากขึ้น

3.ขอ เรียกร้องให้พรรคร่วมรัฐบาลออกมาร่วมรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ด้วยการถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อแสดงจุดยืนทางการเมืองในการคัดค้าน หรือยับยั้งไม่ให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงและขอให้นายกรัฐมนตรีได้แสดงความเสีย สละโดยการยุบสภาหรือลาออกเพื่อเป็นการปลดชนวนความขัดแย้ง ในกรณีที่นายกรัฐมนตรีไม่มีการตอบสนอง ขอให้พรรคร่วมรัฐบาลถอนตัวออกจากการร่วมรัฐบาล เพื่อให้ปัญหาทุกอย่างกลับมาสู่สถานการณ์ที่จะแก้ไขต่อไปได้
4.ขอ เรียกร้องให้สื่อมวลชนทำหน้าที่สื่อสารข้อเท็จจริงให้กับสังคมอย่างตรงไปตรง มา ไม่เป็นเครื่องมือของการสร้างความขัดแย้งให้มากยิ่งขึ้นในสังคม และขอให้ทุกฝ่ายได้ให้การสนับสนุนสื่อมวลชนให้ทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่และ ไม่ควรมีการแทรกแซงการทำงานของสื่อในทุกกรณี


ทางกลุ่ม คณาจารย์และบุคลากร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒจะได้เชิญชวนให้อาจารย์ แพทย์ บุคลากร นิสิตแพทย์ รวมถึงผู้ป่วยและประชาชนที่มารับบริการได้ร่วมลงชื่อในการเรียกร้องรณรงค์ใน ครั้งนี้ เพื่อให้เกิดความสงบสุขและคลี่คลายปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นนี้ต่อไป

 

สนับสนุนข่าวโดย หนังสือพิมพ์มติชน

โดย 1.นาย ผดุงเกียรติ  เทียนไธสง  5131202028

      2.นาง สาวเกศินี  ทรายหมอ  5131202061

      3.นาย ณัฐพร  ขันทธรรม  5131202019

      

 

 

 

 

 

edit @ 4 Sep 2008 19:41:24 by Democracy51