หลังจากกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ผู้สื่อข่างรายงานลำดับเหตุการณ์ดังนี้

เมื่อเวลาประมาณ 24.00 น.ที่ผ่านมา กลุ่มนปช.จำนวนมาก โพกผ้าแดง เคลื่อนมาจากสนามหลวง ฝ่าแนวกั้นตำรวจมาถึงแยก จปร.หน้าร้านลิขิตไก่ย่าง และได้ประจันหน้ากับกลุ่มพันธมิตรฯ จนเกิดการปะทะกันขึ้น จนเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวาย มีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 ฝ่าย และมีเสียงปืนดังขึ้นเป็นระยะ ขณะที่เกิดเหตุไม่มีตำรวจเข้ามาดูแล จากนั้นแกนนำพันธมิตรฯ ได้ขึ้นเวทีปราศรัยที่ทำเนียบฯ รายงานสถานการณ์ผู้บาดเจ็บ



ในเวลา 02.00 น. พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล รวมถึงพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก เข้าควบคุมความสงบเรียบร้อยของการชุมนุมก่อนร่วมกันหารือเครียด และส่งกำลังเข้าควบคุมเพื่อไม่ให้ทั้ง 2 ฝ่ายปะทะกัน ตำรวจจำนวนกว่า 500 นายตั้งแถวคั้นกลางระหว่างผู้ชุมนุมทั้ง 2 ฝ่าย



เวลา 03.00 น. ตำรวจส่งกำลัง 22 กองร้อย เข้าแทรกตัวเข้าไปในกลุ่มผู้ชุมนุม แต่ก็ยังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ จนทหารหน่วยปราบจราจลจากกองทัพภาคที่ 1 ส่งกำลังเสริมอีก 4 กองร้อย ผู้บาดเจ็บล่าสุดอยู่ที่ 40 คน และเสียชีวิต 1 คน



ขณะที่บรรยากาศที่วชิรพยาบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีญาติของผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะกัน มาคอยดูแลและเยี่ยมอาการ


สำหรับศพของนายณรงค์ศักดิ์ กอบโธสงอายุ 55 ปี ยังเก็บไว้ที่วชิรพยาบาล

 

สนับสนุนโดย มติชน

By Kesinee  Saimor ID5131202061

edit @ 2 Sep 2008 19:43:39 by Democracy51

 

 

สนับสนุนโดย  มติชน

By Phadungkiaet  Thienthaisong  ID5131202028

 

          เมื่อวันที่ 31 ส.ค.  ที่บริเวณหน้ารัฐสภาและที่ท้องสนามหลวงในช่วงเย็น ซึ่งกลุ่ม นปช.ยังปักหลักชุมนุมปราศรัยให้กำลังใจรัฐบาลและโจมตี 9 แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ และพรรคประชาธิปัตย์อย่างต่อเนื่องและดุเดือด
          โดยมีการให้เวลา 7 วัน กลุ่มพันธมิตรฯต้องยุติการชุมนุมยึดสถานที่ราชการ และสนามบินทั่วประเทศ มิฉะนั้นจะต้องไปหาแผ่นดินใหม่อยู่ ขณะที่ นายจรัล ดิษฐาอภิชัย ก็กล่าวท้าทายให้ 9 แกนนำพันธมิตรฯ ออกมาดีเบตกันผ่านสถานีโทรทัศน์ แต่เชื่อว่าทั้งหมดจะไม่กล้าออกมาเพราะกลัวถูกจับตามหมายจับ พร้อมกันนี้ก็ได้เรียกร้องกลุ่มพลังเงียบทั่วประเทศที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของกลุ่มพันธมิตรฯ ออกมาแสดงพลังถือป้ายประณามกลุ่ม พันธมิตรฯ และสนับสนุนรัฐบาลอย่างน้อยวันละ 1 ชม. เป็นประจำทุกวัน
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในหลายจังหวัดภาคอีสาน อาทิ บุรีรัมย์ อุบลราชธานี นครราชสีมา ร้อยเอ็ด ฯลฯ ก็มีประชาชนจากอำเภอต่างๆจำนวนมาก นำโดยผู้นำชุมชนและนักการเมืองพรรครัฐบาล ออกมาชุมนุมถือป้ายให้การสนับสนุนนายสมัคร สุนทรเวช ทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีต่อไป และเรียกร้องให้รัฐบาล ใช้กฎหมายดำเนินการกับกลุ่มบุคคลที่ละเมิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด รวมถึงให้กำลังใจตำรวจให้ปฏิบัติหน้าที่รักษากฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อความสงบของประเทศ ขณะเดียวกันก็เรียกร้องให้กลุ่มพันธมิตรฯยุติการชุมนุมเช่นกัน หากไม่หยุดก็จะเดินทางเข้ากรุงมาขับไล่

สนับสนุนข่าวโดย หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

By Kesinee  Saimor

      ID5131202061

     ภูเก็ต 31 ส.ค.- ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตสรุปพันธมิตรชุมนุม 3 วัน กระทบ 181 เที่ยวบิน ผู้โดยสารตกค้างหลายหมื่นคน รวมทั้งสินค้าอีกกว่า 100 ตัน

     เมื่อเวลา 15.35 น. วันนี้ (31 ส.ค.) เที่ยวบินสายการบินไทย ทีจี 213 นำผู้โดยสารทั้งชาวไทยและต่างชาติ 380 คน จากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมายังท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตเป็นเที่ยวแรก ซึ่งผู้โดยสารดังกล่าวเป็นชุดที่ไม่สามารถเดินทางได้ในช่วงเครือข่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยปิดทางเข้า-ออกของท่าอากาศยาน เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา (29-30 ส.ค.) ขณะที่เที่ยวบิน ทีจี 214 เพิ่งออกจากภูเก็ตเวลา 16.20 น.ที่ผ่านมา มุ่งหน้าสู่สุวรรณภูมิ

     ล่าสุด ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตสรุปผลกระทบของการชุมนุม ทำให้ไม่สามารถเปิดบริการได้ตั้งแต่เวลา 16.50 น. ของวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา จนถึงเวลา 11.00 น. ของวันที่ 31 ส.ค.นี้ มีเที่ยวบินยกเลิกมายังภูเก็ต 181 เที่ยวบิน จาก 11 สายการบิน เป็นเที่ยวบินขาออก 88 เที่ยวบิน เที่ยวบินขาเข้า 93 เที่ยวบิน โดยมีเที่ยวบินภายในประเทศ 126 เที่ยวบิน ต่างประเทศ 55 เที่ยวบิน สำหรับผู้โดยสารที่ไม่สามารถเดินทางได้ประมาณ 30,000 คน เป็นผู้โดยสารขาออก 13,000 คน ผู้โดยสารขาเข้า 17,000 คน และสินค้าที่ต้องยกเลิกการจัดส่งอีก 137 ตัน. - สำนักข่าวไทยอัพเดตเมื่อ 2008-08-31 17:38:47

 

 

สนับสนุนข่าวโดย สำนำข่าวไทย

นางสาวกรวิการ์ นนแก้ว

5131202002

edit @ 1 Sep 2008 10:50:30 by Democracy51

edit @ 1 Sep 2008 11:20:19 by Democracy51

 

      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 01.00 น. ที่ผ่านมา (1 ก.ย.) หลังจากการประชุมร่วมรัฐสภา วาระพิจารณาเรื่องด่วนขอเปิดอภิปรายทั่วไปเสร็จสิ้นลงในเวลา24.45 น.(31 ส.ค.) ได้มีเสียงระเบิดดังสนั่นบริเวณริมคลองผดุงกรุงเกษม
     จากการตรวจสอบพบว่า จุดเกิดเหตุเป็นป้อมยามตำรวจที่ตั้งอยู่เชิงสะพานประชาเกษม ตรงข้ามคุรุสภา ห่างจากเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ไม่มากนัก แรงระเบิดทำให้กระจกของป้อมตำรวจแตกยับเยิน รวมไปถึงกระจกของอาคารสมาคมโรงเรียนเอกชนแห่งประเทศไทยที่อยู่ตรงข้ามแตกกระจายเต็มไปหมด  อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นพบว่า จุดที่ระเบิดอยู่ใกล้กับเครื่องคอมเพรสเซอร์แอร์ภายในป้อมจราจรดังกล่าว เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่า เป็นอุบัติเหตุที่เกิดจากเครื่องแอร์ หรือลอบวางระเบิด
      ทางด้านผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่า เห็นประกายไฟลุกขึ้นมาว๊าบหนึ่ง พร้อมกับเสียงระเบิดอย่างรุนแรง โดยก่อนหน้านี้ ไม่พบรถต้องสงสัย หรือผิดสังเกตในบริเวณที่เกิดเหตุแต่อย่างใด
      เวลาไล่เลี่ยกัน เกิดเหตุคนร้ายปาลูกแก้วใส่กระจกรถแท็กซี่แตก หมายเลขทะเบียน ทร 3308 มีนายสุวิทย์ ภาสดา เป็นคนขับ ขณะขับผ่านมาด้านหลังกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) นาย สุวิทย์ ให้ปากคำว่า ขณะขับรถแท็กซี่มาถึงลานพระบรมรูปทรงม้า ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของกลุ่มพันธมิตรฯ 2-3 คน วิ่งไล่ในลักษณะกระชั้นชิด จากนั้นไม่นานได้ยินเสียงของแข็งกระทบกับตัวรถ 2-3 ครั้ง ก่อนจะพบว่ากระจกรถด้านข้างคนขับแตก โชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ ส่วนสาเหตุคาดว่าอาจเป็นเพราะกลุ่มผู้ชุมนุมไม่พอใจที่รถของตนติดธงโครงการ 116 วันจากวันแม่สู่วันพ่อ สร้างความสามัคคี ที่ตำรวจแจกมาให้เมื่อ 3 วันก่อน และจากการตรวจสอบภายในรถ พบลูกแก้วตกอยู่ ซึ่งเชื่อว่าอาวุธที่ใช้น่าจะเป็นหนังสติ๊ก      

 

สนับสนุนข่าวโดย หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

นายผดุงเกียรติ  เทียนไธสง 

5131202028